|
ชัยคฺ ดร. ยูซุฟ อัล เกาะเราะฎอวียฺ ผู้นำความคิดและการดะอฺวะฮฺร่วมสมัย

โดย รอชิด อัล-ฆ็อนนูชียฺ ศิรอญุดดีน แปลและเรียบเรียง
มันคงจะไม่เป็นการอวดใหญ่อวดโตหากจะยืนยันว่าภาวะผู้นำในแวดวงของความคิดอิสลามร่วมสมัยและการดะอฺวะฮฺนั้นเป็นของชัยคฺ ยูสุฟ อัล-ก็อรฺฎอวีย์ อาลิม(ผู้รู้)ผู้ยิ่งใหญ่ของเราผู้นี้ เหตุผลของข้อสรุปมีดังนี้คือ :
ผู้ใช้แนวคิดดุลยภาพและสายกลาง (ก) เป็นเพราะท่านมีแบบวิธีที่อยู่ในทางสายกลาง มีวิธีการที่ไม่รุนแรงและมีความสมดุล ท่านเลือกใช้แนวทางสายกลางระหว่างลัทธินิยมมัซฮับ(การดำเนินตามสำนักฟิกฮฺแห่งใดแห่งหนึ่งอย่างหลับหูหลับตา และรังเกียจสำนักอื่นๆ ทั้งหมด-บก.)อันคับแคบ กับพวกที่ปฏิเสธมัซฮับอย่างสิ้นเชิง (เป็นแนวคิดที่สุดโต่งและมองเห็นการปรากฏอยู่ของมัซฮับว่าเป็นภัยร้าย-บก.) ใช้แนวสายกลางระหว่างบุคคลที่รับเอาตะเศาวุฟ(แนวคิดศูฟีย์) แม้เมื่อมันเบี่ยงเบนและอุตริก็ตาม กับศัตรูของตะเศาวุฟ แม้เมื่อมันได้อยู่บนแนวทางที่ถูกต้อง ใช้แนวสายกลางระหว่างบรรดาผู้ที่ถือตามอำนาจของเหตุผล แม้เมื่อมันขัดแย้งกับการเปิดเผยของพระเจ้า กับบรรดาผู้ที่ปฏิเสธบทบาทของเหตุผล แม้ในการทำความเข้าใจการเปิดเผยของพระเจ้าก็ตาม แท้จริงแล้ว มันเป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันเป็นอย่างดีว่าบรรดาสำนักคิดที่ยึดสายกลางนั้นเป็นสำนักที่มีบทบาทสำคัญอยู่ในอุมมะฮฺของเรา ขณะที่ลัทธินิยมความสุดโต่งในทุกรูปแบบนั้นไม่มีความสำคัญอะไรเลย ผู้มีความรู้กว้างขว้างในอิสลามอย่างครอบคลุมและลึกซึ้ง
(ข) เป็นเพราะท่านมีความรู้กว้างขวางเกี่ยวกับอิสลามและความสัมพันธ์ที่อิสลามมีต่อชีวิตในทุกแง่มุม ท่านไม่ได้จำกัดการสนับสนุนช่วยเหลือทางวิชาการของท่านเฉพาะแง่มุมใดแง่มุมหนึ่งเท่านั้น เช่น เรื่องอะกีดะฮฺ(การยึดมั่น) หรือฟิกฮฺ อัล-อิบาดาต(การแสดงความเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ) หรือฟิกฮฺ อัล-มุอามะลาต(เรื่องทางสังคม) หรือฟิกฮฺเกี่ยวกับสภาพความเป็นจริง แต่ท่านกลับเขียนเกี่ยวกับสาขาวิชาความรู้เหล่านี้ทั้งหมด รวมถึงสาขาอื่นๆ ด้วย เฉพาะเรื่องฟิกฮฺของอัล-กุรฺอานและสุนนะฮฺ และฟิกฮฺเกี่ยวกับสภาพความเป็นจริง ตลอดจนการนำอัล-กุรฺอานและสุนนะฮฺมาใช้ในความเป็นจริงนั้น ท่านเขียนเป็นตำราเอาไว้มากกว่า 100 เล่มก็ว่าได้ ท่านไม่ได้เบี่ยงเบนออกไปจากแนวทางของบรรดาอุละมาอฺผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์อิสลาม ในส่วนที่เกี่ยวกับการให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับแหล่งข้อมูลทั้งสอง คืออัล-กุรฺอานและสุนนะฮฺ โดยการอ้างอิงเรื่องราวต่างๆ เข้ากับสิ่งทั้งสอง และปฏิเสธสิ่งใดก็ตามที่ขัดแย้งกับสิ่งทั้งสอง ท่านเป็นอิสระจากการตักลีด(การทำตามโดยไม่ใช้ความคิด หรือตามอย่างหลับหูหลับตา) กระนั้นท่านไม่ได้นิยมความสุดโต่งและมิได้ละทิ้งมรดกอันมีค่าของอิสลาม การบรรยายของท่านเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ และหัวใจของท่านเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่ออัลลอฮฺ สุบหฯ และความยำเกรงต่อพระองค์ ท่านเป็นนักปราชญ์ตามแนวทางสะลาฟีย์ศูฟีย์ที่แท้จริงเหมือนกับท่านอิบนุ อัล-กอยยิม เป็นนักเขียนและกวีผู้ยิ่งใหญ่เหมือนอัช-ชาฟิอีย์ และยังเป็นนักปราชญ์ที่รอบรู้เรื่องราวต่างๆ ในยุคสมัยของท่านเหมือนกับอิบนิ ตัยมียะฮฺ นักเคลื่อนไหวทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ (ค) ท่านศรัทธาอย่างลึกซึ้งว่าอิสลามไม่เพียงจะเป็นหลักความเชื่อในทางศาสนาประการหนึ่งเท่านั้น แต่อิสลามยังเป็นโครงสร้าง องค์กร ขบวนการเคลื่อนไหวและการดิ้นรนต่อสู้ประการหนึ่ง ทำให้ท่านเข้าไปพัวพันกับขบวนการเคลื่อนไหวอิสลามร่วมสมัยที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุด นั่นคืออัล-อิควานุลมุสลิมูน(ภราดรภาพมุสลิม)ทั้งๆ ที่ขณะนั้นท่านยังเป็นเพียงหนุ่มน้อยคนหนึ่งเท่านั้น  ท่านได้ประสบกับการทดสอบเช่นเดียวกับที่ขบวนการได้ประสบ(การจำคุก) และท่านได้แบกรับสิ่งเหล่านั้นด้วยความอดทนและความเพียร จนกระทั่งเมื่อความเมตตาของอัลลอฮฺ สุบหฯ ได้มาถึง การกักขังท่านก็ได้สิ้นสุดลงในที่สุด ท่านได้เดินทางไปทั่วทั้งตะวันออกและตะวันตกเพื่อนำการเผยแพร่อิสลามไปสู่โลก ทั้งๆ ที่ในปัจจุบันอายุของท่านเกินกว่า 70 ปีเข้าไปแล้ว ขออัลลอฮฺ สุบหฯ ได้ทรงประทานความจำเริญให้แก่ท่านและปกป้องท่านด้วยเทอญ ทั้งหมดนี้ทำให้ท่านกลายเป็นอาลิมมุสลิมร่วมสมัยที่มีความใกล้ชิดกับมวลชนมุสลิมมากที่สุด รวมทั้งขบวนการเคลื่อนไหวของเยาวชนและที่ประชุมของพวกเขาทั้งหมดทั่วโลก ในเวลาเดียวกัน ท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งและหนึ่งในผู้สนับสนุนคนสำคัญของสภาฟิกฮฺร่วมสมัย ตลอดจนมหาวิทยาลัยและสถาบันศึกษาวิจัยต่างๆ ท่านเข้าไปเป็นประธานขององค์กรหลายแห่ง อาทิ สภาฟัตวาของยุโรปและอเมริกัน ท่านยังเป็นที่รู้จักเพราะความเปิดกว้างของท่าน และเป็นเพราะท่านยังเรียกร้องไปสู่ความเปิดกว้างในแวดวงความคิดอิสลามร่วมสมัยอีกด้วย นอกจากนี้ ท่านยังเป็นที่รู้จักเพราะท่านเข้าไปมีส่วนร่วมในเวทีอภิปราย การโต้วาทีและสถาบันต่างๆ ที่จัดให้มีการสนทนาระหว่างอิสลามกับเซ็คคิวล่าร์ มุสลิมกับคริสเตียน ชาตินิยมอาหรับกับอิสลาม และการสนทนาระหว่างมัซฮับ …………………………….
หมายเหตุ ภาพประกอบทั้งหมดเป็นภาพการเยือนอินโดนิเซียของท่านเมื่อมกราคม 2007 |